ลากสังขารไปกินข้าวแกงกระหรี่ tokyo ka-rei
posted on 14 Jan 2009 14:15 by dollciana" ไปกินข้าวแกงกระหรี่กันเถอะ...พวกเรา "
ทุกที...เวลาฉันพูดประโยคนี้ สหายที่แสนน่ารักทั้งหลายของฉันมันต้องsay no กันเป็นแถว...ประมาณว่า...ถ้า
เห็นยายนี้ทีไร มันต้องชวนไปกินข้าวแกงกระหรี่ทุกที...ใครไม่เบื่อก็บ้าแล้ว...
แต่เมื่อวานนี้ เป็นโอกาศทองของฉันเลย...หลังจากที่ตะลุยถ่ายหนังแบบ Non - stop ทั้งวัน เพื่อนก้คงต้องการ
อาหารจานเท่าบ้านใช่ไหมล่ะคะ...ได้เวลาเล่นทีเผลอแล้วล่ะ...แต่เพื่อนๆก้คิดไม่ออกว่าจะกินไรดี กินอาหารที่
คณะนี่นะ...? เบื่อจะแย่อยู่แล้วย่ะ...ฉันก้เลย...
" ไปกินข้าวแกงกระหรี่กันเถอะ...พวกเรา "
" ป่ะ ป่ะ...ไปไหนก้ได้...จะกินควายได้ทั้งตัวอยู่แล้ว "
ฮุฮุ...เข้าทางโจร...
ว่าแล้ว...พวกเราก้มุ่งหน้าไปจามจุรี square กันทันที...เดินจากคณะก้ไกลไม่ใช่น้อยนะ...แต่ทุกทีฉันก้เดินได้
สบายมาก...โชคร้ายที่รองเท้าเจ้ากรรมมันกัดได้กัดดี...กันจนเท้าฉันจะเปื่อยอยู่แล้ว...ฮึ อยากจะสวยก้ต้องยอม
ล่ะนะ แล้วอีกอย่าง...มีข้าวแกงกระหรี่รออยู่ข้างหน้า...ใครล่ะจะไปยอมแพ้
โอ้วววววว...แค่คิดถึงมันฝรั่ง แครอท หมูทอด เต้นดุ๊กดิ๊กๆอยู่ในปาก...ฉันก้แทบจะบินโลดแล้วค่ะ...
ถึงแล้ว...ถึงแล้ว...เย้ !
หน้าร้านน่ารักชวนเข้าไปนั่งมากค่ะ...ร้านหาได้ไม่ยาก...ขึ้นบันไดเลื่อนแล้วก้เจอเลย...
สภาพเหมือนมาสคอตของร้าน...น่ารักดีค่ะ...แต่ดูไม่ออกว่าเป็นกระต่ายหรือเทเลทับบี้...?
อย่างมาเสียเวลากับเจ้าตัวนี้ดีกว่า...เข้าไปข้างในกันเถอะค่ะ...!
( เท้าฉันจะเน่าอยู่แล้ว...หาที่นั่งด่วน )
พอเข้าไปในร้านแล้ว...บรรยากาศเหมือน cafe มากๆค่ะ...ชอบกำแพงที่เป็นอิฐ ทำให้ร้านดูอบอุ่นขึ้นมาทันตา
เห็น...เหมือนนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นที่บ้านเลยค่ะ...
ฉันรู้สึกว่า...( อาจจะรู้สึกไปเองนะ ) ว่า...เก้าอี้ที่นี้มันนุ่มผิดปรกติ อาจเป็นเพราะฉันโหยหาที่นั่งดีๆสักที่หลังจาก
ผ่านการทรมานโดยรองเท้าสีมัสตารด์ปัญญาอ่อนคู่นี้ก้ได้
ในที่สุด...เท้าก้ได้หายใจซะที...
หลังจากนั่งเคลิ้มไป 2 วินาที ฉันก้ระลึกได้ว่า...อ๊ะ...เรามาที่นี้เพื่อกินข้าวแกงกระหรี่นี่เรา...!
เมนูมาแล้วเจ้าค่ะ...คุณน้อง...
อย่างที่เห็นค่ะ...อาหารราคาไม่แพงเลย...เริ่มต้นเพียงแค่ 99 บาทเอง...ไม่สิ...69 บาท สำหรับข้าวแกงกระหรี่
ธรรมดา แล้วเรามาเพิ่ม topping เองก้ได้นะคะ...จะใส่ชีส ใส่ไข่อะไรก้ได้...ตามใจชอบเลยค่ะ...
แต่ว่า...มีเมนูแกงกระหรี่มาให้เลือกเยอะขนาดนี้นี่...มัน...ยากยิ่งกว่าทำข้อสอบปลายภาคอีก !
หลังจากนั่งงมอยู่นาน...สองจิตสองใจว่าจะเลือกแกงกระหรี่หมูทอดหรือแกงกระหรี่มันฝรั่งทอดดี...สุดท้าย ฉัน
ก้มิอาจทรยศหมูทอดได้...ขอโทษนะ..มันฝรั่ง...คราวหน้าฉันจะไม่ลืมแกแน่...
" ขอแกงกระหรี่หมูทอดค่ะ... "
อ๊ะ...อ๊ะ...ยังไม่เสร็จ...ดูเหมือนสั่งเสร็จพร้อมรับประทานกันแล้วใช่ไหมล่ะคะ...แต่ยัง...ทีเด็ดมันอยู่ตรงที่...
เราสามารถเลือกระดับความเผ็ดเองได้ค่ะ...OH MY GOSHHHHH !
ด้วยเหตุผลที่ว่า...ฉันเป็นสาว HOT ! มากค่ะ...( ขนาดนั้นเลย ) ฉันก้เลยเลือกระดับ 4 ค่ะ ( เหงื่อตก 2 หยด )
แต่ต้องเพิ่มอีก 10 บาทนะคะ...
มาแล้วค่ะ...เวลาที่รอคอย...ฮือ ฮือ...นี้ฉันไม่ได้กินข้าวแกงกระหรี่มานานเท่าไหร่แล้วนะ... 2 อาทิตย์...
ช่างเป็น 2 อาทิตย์ที่แสนยาวนานเหลือเชื่อจริงๆ
พอทานไปคำแรกปุ๊ป...อยู่ๆก้มีเพลงเพลงหนึ่งดังชึ้นในจิตใต้สำนึกทันที...( ขนาดนั้นเลย...)
" A whole new world..."
รสชาดของแกงกระหรี่เผ็ดร้อนกำลังดีเลยค่ะ...สีของแกงกระหรี่สวย บ่งบอกได้ถึงความเข้มข้นของเครื่องแกง
พอใช้ช้อนตัดหมูทอดลงไป...เจอแต่หมูกับหมู...เนื้อแน่นมากค่ะ...แป้งก้กรอบกำลังดี...รู้สึกว่า...ร้านนี้เค้าทอดไม่
อมน้ำมันเลยค่ะ...
ทุกทีฉันมันจะพูดมาก...พูดไม่หยุด...จนเพื่อนต้องสั่งให้ฉันหยุดพูด...แต่ถ้ามีข้าวแกงกระหรี่อยู่ตรงหน้าแล้ว...
ใบ้รับประทานกระทันหันเลยค่ะ...
มีเพื่อนคนหนึ่งพึ่งสังเกตอาการผิดปรกติของฉัน...
" เธอชอบข้าวแกงกระหรี่มากเลยอ๋อ...?"
"อือ อือ..." ขอโทษนะเพื่อนที่เวลาตอบฉันไม่ได้มองหน้าเธอน่ะ...
" ให้กินทุกวันเอาไหม...? " มันรุมกันถามใหญ่เลย...
" เอา..เอา " อ๊ะ...พวกเธอจะเลี้ยงฉันทุกวันเลยอ๋อ...? ประเสริฐจริงแท้...
"เธอทำข้าวแกงกระหรี่เป็นป่ะ..." รีบเปลี่ยนเรื่องทันทีเชียวนะหล่อน...
เดี๋ยวก่อน...เมื่อกี้ยัยนั้นถามว่าอะไรนะ...
"เธอทำแกงกระหรี่เป็นป่ะ..."
โอ้โฮ...แรงมาก...นี่ล่ะ...จุดอ่อนของฉัน...ถึงจะชอบทานข้าวแกงกระหรี่มากเท่าไหร่...ฉันก้ทำข้าวแกงกระหรี่ไม่
เป็นอยู่ดี...ช่างเป็นความจริงที่แสนเจ็บปวดและทรมานเหลือเกิน...
" ไม่เป็น..."
"ซะงั้น...ทำไมเธอไม่..."
" แต่ฉันจะแต่งงานกับพ่อครัวแกงกระหรี่...! "
ต๊ายตาย...ประกาศให้ประชาคมโลกเค้ารับรู้กันหมดแล้วนะ...ว่าแล้วฉันก็ลุกขึ้นและตรงเข้าไปในครัวทันที...
( สตรอเบอรี่อีกแล้ว...ไม่จริงค่ะ...แค่กำลังจะไป แต่ถูกเพื่อนห้ามไว้ค่ะ...)
แล้ว..เพื่อนๆ ก้ฮากันตรึม...แต่ฉันว่ามันไม่ได้ขำอะไรมากมายขนาดนั้นเลยนะ...
"นี่เธอ...พูดจริงดิ...ถ้าไม่หล่อล่ะ..."
"เออ...อันนั้นคิดดูก่อน "
"ก้ไม่เห็นเป็นไรเลย...เธอก้จ้างเป็นพ่อครัวส่วนตัวเธอก้ได้นี่ " เออ...ไอเดียแจ่ม !
" แต่ถ้าหล่อล่ะเธอ..."
"ก็...TAKE OVER เลยค่ะ..."
เฮ้อ...ไร้สาระกันจริง...
เข้าเรื่องดีกว่าค่ะ...
ถ้าให้เทียบกับข้าวแกงกระหรี่ทั่วไป...ฉันว่าร้านนี้จานเล็กกว่าค่ะ...แต่สำหรับเรา...คนไทย...คงคิดว่า กำลังอิ่ม
สบายท้อง ถ้าคนญี่ปุ่นมาทานคงต้องเพิ่มเป็น 2 จานแน่ค่ะ...
แต่สำหรับคนกินจุ..ก้เพิ่มข้าวได้นะคะ...นอกจากนี้แล้ว...ก้สั่งขนมปังแกงกระหรี หรือ เกี๊ยวแกงกระหรี่มาทานเพิ่ม
ก้ได้นะคะ...( จริงๆแล้วอยากสั่งเพิ่มอยู่หรอก...แต่ไม่มีใครยอมกินด้วยเลย...รอไว้โอกาสหน้านะจ๊ะ...)
บอกกันตรงๆเลยนะว่าฉันค่อนข้างเคืองถ้าเพื่อนร่วมโต๊ะของฉันทานข้าวแกงกระหรี่ไม่หมด...ถ้าเหลือข้าวนิด
หน่อยยังให้อภัยได้ แต่ถ้าเหลือแกงนี่นะ...โอ้ววววววว...ขึ้นเลยค่ะ...ไม่รู้เป็นอะไรกันนักหนานะ...ถ้าเหลือทั้ง 2
อย่างนี่...จับเข้ากิโยตินเลยดีไหม...?
แต่ฉันก้พอเข้าใจว่าจานมันใหญ่...แต่ก้...ไม่รู้จะเคืองเค้าทำไมนะเรา...?
ด้วยเหตุนี้เอง...ก้เลยไม่มีวันไหนที่ฉันไม่เคยกินข้าวแกงกระหรี่ไม่หมด...
หลักฐานค่ะ...
Before
After
เออ...จริงสิคะ...ฉันไม่เคยกล้าลองชิมไอ้แดงๆนั่นเลย...เค้าบอกว่า...ช่วยแก้เลี่ยนได้ด้วย...
แต่ฉันไม่เคยรู้สึกเลี่ยนเวลาทานข้าวแกงกระหรี่เลยนะ...
ข้อดีของข้าวแกงกระหรี่อยู่ที่...ทำให้ฉันอยู่ได้ถึงเย็นโดยที่ไม่ต้องกินอะไรเลย...แถมตื่่นมาตอนเช้ายังไม่รู้สึกหิว
อีกด้วยค่ะ...( อิ่มข้ามวัน )
เพื่อนสนิทของฉันแนะนำว่า...ฉันชอบข้าวแกงกระหรี่ขนาดนี้...ไม่เปลี่ยนชื่อบล็อคเป็น curry girl เลยล่ะ...
" เออ...ไม่ดีมั้ง...เดี๋ยวคนจะเข้าใจผิดกัน..."
"ไว้เจอกันใหม่โอกาศหน้านะคะ..."
ขอฝากน้องอีกคนด้วยนะค่ะ...ชื่อปุรุน ปุรุน ค่ะ...
PS: Photoshop ยังใช้ไม่ได้เลย...ใครก้ได้ช่วยที....
อ้า คาเร อ้า ของโปรดเหมือนกันเลยค่ะ


แกงกะหรี่ก็ดูน่ากินมากกก
เห็นทีต้องลองไปดูมั่งแล้ว
#1 By ReSeZ on 2009-01-14 16:11