หนังสือ 7 เล่มที่เด็กๆต้องหามาอ่านให้ได้ก่อนจะเป็นวัยรุ่น
posted on 30 Mar 2009 10:05 by dollcianaขอบอกไว้ก่อนเลยนะคะ...ว่านี่เป็นเพียงความเห็นของผู้อ่านคนหนึ่งเท่านั้น ( นั่นก้คือฉัน ) อันดับดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่าเรื่องนี้สนุกกว่าอีกเรื่องหนึ่งนะคะ...แล้วก้ไม่ได้จัดทำโดยนิตยสาร time หรือองค์กรไหนทั้งสิ้น เว้นแต่ว่า...คุณจะคิดว่าฉันเปนตัวแทนขององค์กรเด็กเลี้ยงแกะก้แล้วกันค่ะ...
ฉันเขียนเอนทรี่นี้เพื่ออยากให้น้องสาวอ่านหนังสือค่ะ...เรื่องมีอยู่ว่าน้องสาวพึ่งไปรับหนังสือของปีหน้ามา ปรากฎว่ามีหนังสืออ่านนอกเวลาภาษาอังกฤษประมาณ 7 เล่ม ( สำหรับฉัน...มันน่าสนใจมากเลยนะ..โดยเฉพาะ เรื่อง the hound of the baskervilles ...เด๋วจะจิ๊กมาอ่าน ) แต่น้องสาวฉันกลับทำหน้า ประมาณว่า "อี๋" หนังสือเยอะขนาดนี้ใครจะอ่านไหว....ให้ตายเถอะ...ถ้าเปนฉันนะ...ป่านนี้ฉันคงนั่งอ่านจบไปสี่เล่มแล้ว มันเปนเพราะอะไรทำไมเด็กสมัยนี้กลับมองว่าการอ่านหนังสือเปนเรื่อง " อี๋" ฉันคิดว่า เด็กๆสมัยนี้ ( พูดเหมือนตัวเองเปนคุณป้าเลย ) มีอย่างอื่นให้เล่นมากกว่า และสนุกกว่าการมานั่งอ่านหนังสือซักเล่ม เช่น เกมออนไลน์ อะไรประมาณนี้ และอีกอย่างนะ ตั้งแต่มีคำว่า " เนิร์ด" เข้ามาในพจนานุกรมของพวกเด็กๆ ทำให้เด็กๆมองว่า "เนิร์ด" คือ ไอ้พวกที่อ่านหนังสือตลอดเวลา ( จริงๆแล้วมันไม่ใช่นะน้องนะ...) แล้วทำให้ไม่"อิน" ไม่อยู่ในกระแส ( มันไม่ได้เปนแบบนี้นะ...น้อง ) พวกเด็กๆก้เลยแก้ปัญหาด้วยการ " ไม่อ่านหนังสือ " ซะงั้น...
เข้าเรื่องกันเลยดีกว่าค่ะ... หนังสือ10 เล่มต่อไปนี้ ฉันเคยอ่านตอนเด็กๆ ( ก่อนที่จะเปลี่ยนแนวมาอ่านแต่ฆาตกรรม )
1. Charlie and the chocolate factory by Roald Dahl ( 1964 )
นี่คือหนังสือเล่มแรกที่ฉันอ่านตอนป.2 ค่ะ เรื่องมีอยู่ว่าก่อนหน้านี้ฉันชอบกินขนม nerds มากค่ะ ( เปนน้ำตาลเคลือบชิ้นเล็กๆค่ะ มี 2 รสในกล่องเดียว รสชาดเปรี้ยวๆหวานๆ อรอ่ยมากของ wonka ) พอดีท่านแม่เห็นว่าโลโก้ของยี่ห้อนี้เปนหมวกของ willy wonka ก้เลยหาหนังสือเล่มนี้มาให้ฉันอ่าน...และฉันต้องขอขอบคุณคุณ Roald Dalh มากนะคะ ( แล้วก้ขนม nerds ด้วย ) ที่ทำให้ฉันติดใจการอ่านหนังสือ และทำให้ฉันอ่านหนังสือมาตลอดเรื่อยๆจนถึงทุกวันนี้ พอฉันอ่านเรื่องนี้จบปุ๊ป ฉันก้รู้สึก "ว้าววววว" ถ้าใครเคยอ่านเรื่องนี้ คงจำความรู้สึกแรกที่หนูน้อยชาลีย์เข้าไปในโรงงานช็อกโกแลตได้นะคะ...( รู้สึกอยากเปนเด็ก หนึ่งในห้า ที่ได้เข้าไปในโรงงานช็อกโกแลตบ้างจัง ) คือตอนนั้นนี่ รู้สึกว่ามันเปนอะไรที่ " คิดได้ไงอ่ะ...สุดยอด" จริงๆ...ช่วงนั้นฉันก้เลยอ้วนเปนหมู เพราะตะลุยชิมขนมของ wonka ทุกชนิด ( ตอนนั้นคิดว่า willy wonka มีตัวตนอยู่จริงๆ และที่ซื้อขนมของเค้ามากินก้หวังจะได้ตั๋วไปชมโรงงาน...) หลายปีผ่านไป ( หลายปีจริงๆ ) เรื่องนี้ก้ทำเปนหนัง รู้สึกว่าคุณ willy wonka จะขัดกับลุคที่ฉันวาดไว้ตอนเด็กๆนะคะ ( รู้สึกช็อกเล็กน้อย )
2. Matilda by Roald Dalh ( 1988 )
คือว่า...ฉันรักนักเขียนคนนี้มากเปนพิเศษก้เลยแนะนำอีกเรื่องที่ไม่ควรพลาดเช่นกันค่ะ เรื่องนี้ก้สุดยอดเหนือจินตนาการเหมือนกัน แต่ไม่ค่อยผจญภัยมากเท่าหนูน้องชาลีย์ เรื่องนี้เปนเรื่องราวและวิกฤติชีวิตของเด็กหญิงอัจฉริยะคนหนึ่งค่ะ ดำเนินเรื่องได้น่ารักมากค่ะ แล้วก้แอบซึ้งด้วย...ฉันจะไม่เล่าเรื่องย่อให้ฟังนะคะ แต่มาทิลดาเปนเด็กดี รักการอ่านมากกกกกกก...จึงทำให้เทอแอบมีพลังจิตค่ะ แต่เทอกลับต้องเกิดมาอยู่กับครอบครัวที่ใจร้าย ( ฉันคิดว่าพ่อ แม่ ของมาทิลดา ลุคคล้ายๆกับลุงกับป้าของแฮร์รี่ พอตเตอร์ ) แล้วก้ต้องมาเรียนอยู่ในโรงเรียนที่มีครูใหญ่ใจร้ายใจดำอมหิตผิดมนุษย์ และรักการลงโทษเด็กอย่างโหดร้ายเปนชีวิตจิตใจ...เอาเปนว่า ฉันอยากฉลาดแล้วก้อยากมีพลังจิตเหมือนมาทิลดาก้เลยขยันอ่านหนังสือตามน้องเค้า ( ปัจจุบัน...ก้ยังไม่ฉลาด...เหมือนเดิม ) ยังไงก้ขอบคุณหนูมาทิลดามากนะคะ ( เรื่องนี้เคยทำเปนหนังด้วยนะคะ...หนังปี 1996 นางเอกน่ารักมากกก..ค่ะ ) นอกจาก 2 เรื่องของ Roald Dahl ทีแนะนำไป ก้ยังมีอีกหลายเรื่องที่น่าสนใจไม่แพ้กันค่ะ ก้อย่าง witch, James and the giant peach ( เรื่องนี้เคยทำเปน animation ภาพแนวมากๆไม่แพ้ของ tim burton เลยค่ะ ) และอื่นๆอีกมากมาย..
3. โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง โดย คุโรยานางิ เท็ตซึโกะ
โต๊ะโตะจังน่ารักมากค่ะ...เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงของคุณนักเขียนคนนี้นะคะก่อนที่เค้าจะเปน นักแสดงและพิธีกรชื่อดังของญี่ปุ่น ฉันรู้สึกว่า ที่เค้าเขียนเรื่องนี้เหมือนจะสือให้เห็นว่า ที่เค้ามีวันนี้ได้เพราะเค้าได้เรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ หนังสือเล่มนี้มีเสน่ห์มากค่ะ แม้ว่าจะเป็นแค่เรื่องราวในชีวิตประจำวันของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งในรั้วโรงเรียนเล็กๆแห่งหนึ่ง แต่ที่ฉันประทับใจมากที่สุดคือคุณครูใหญ่ของโรงเรียนนี้ ชื่อคุณครูโคบายาชิ ( ถ้าจำไม่ผิดนะคะ...อ่านนานแล้วค่ะ ) คือ ครูเปนครูในอุดมคติของเด็กทุกคนจริงๆค่ะ วิธีการสอนของครูก้ดีมากๆ แฝงด้วยปรัชญาหน่อยๆ นอกจากคุณครูแล้ว เพื่อนร่วมชั้นของโต๊ะโตะจังก้มีเอกลักษณ์และมีเสน่ห์ไม่แพ้กัน หนังสือเรื่องนี้ดีจริงๆค่ะ ทำให้คุณอมยิ้มได้ทั้งเรื่อง แล้วก้แอบเศร้าด้วย โดยเฉพาะตอนที่คุณครูโคบายาชิเดินเข้ามาในห้องแล้วบอกว่า...( อ๊ะ...ไม่บอกดีกว่า เด๋วคนที่ไม่เคยอ่านจะไม่ตื่นเต้น ) ฉากนั้นเรียกน้ำตาฉันไปหลายลิตรเหมือนกันค่ะ แล้วฉากนั้นก้ยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของฉันถึงทุกวันนี้ แนะนำให้อ่านเรื่องนี้จริงๆนะคะ แล้วเราจะรู้สึกรักทุกสิ่งทุกอย่างในโรงเรียนมากขึ้น....
4. the illustrated mum by Jacqueline Wilson
เค้าว่ากันว่า...อย่าตัดสินหนังสือจากหน้าปก แต่ฉันคิดว่าสำนวนนี้คงใช้ไม่ได้กับหนังสือเล่มนี้ ก้ที่ฉันเลือกซื้อหนังสือเล่มนี้เพราะหน้าปกน่ารักมาก และเนื้อเรื่องก้น่ารักไม่แพ้กัน คือ...นักเขียนท่านนี้เก่งมากเลยค่ะ เค้าสามารถสะท้อนภาพและปัญหาของเด็กวัยรุ่นได้ดีทีเดียว วิธีการเขียนของเค้าก้มีเอกลักษณ์ คือ เค้าเล่าด้วยภาษาง่ายๆ แต่กินใจมาก...แล้วก้ได้อารมณ์มากด้วย เหมือนกับว่าตัวละครหลักมานั่งเล่าเรื่องให้เราฟังข้างหน้านี้เลย เรื่องนี้อ่านแล้วรู้สึกรักแม่ที่สุดในโลก คือว่า แม่ในเรื่องนี้ไม่ใช่แม่ในอุดมคติของใครหลายๆคน ประมาณว่า ชีเปรี้ยวมากค่ะ...รอยสักเต็มตัว...ขี้หลงขี้ลืม...ชอบเที่ยวกลางคืน จนลูกๆทั้ง2 ของเธอมองว่าเธอไม่ใช่แม่แบบแม่คนอื่นทั่วไปแล้วก้ต้องหงุดหงิดเปนบางคร้ง...แต่ยังไงแม่ก้คือแม่อยู่ดี จริงป่ะคะ...? เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...ถึงแม่จะไม่ใช่แม่ที่perfect ( ฉันก้แอบลองมาเปรียบกับแม่ตัวเองบ้าง ) แม่แต่ละคนก้มีวิธีแสดงความรักแตกต่างกันไป แม่ไม่กอดไม่ได้หมายความว่าแม่ไม่รักเรา แม่ไม่โทรถามว่า"ตอนนี้อยูไหน" ก้ไม่ได้หมายความว่าแม่ไม่เปนห่วงเรา บางครั้งการกระทำบางอย่างของแม่ก้ใช้หลักการใช้เหตุผลอธิบายไม่ได้ แต่ฉันรู้เพียงอย่างเดียวว่า...ยังไงแม่ก้รักเราที่สุด และ หนูก้รักแม่ที่สุด เหมือนกันค่ะ...
5. famous five by Enid Blyton
เรื่องนี้มีมาเป็นซีรีย์ค่ะ...( กี่ตอนก้ไม่รู้...แต่ที่แน่ๆ...เยอะมากกกก...) เป็นเรื่องราวของเด็ก 4 คน กับน้องหมาอีกหนึ่ง ผจญภัยไปยังที่ต่างๆ ต่อสู้กับคนร้าย หาสมบัติ อะไรประมาณนี้ บอกได้คำเดียวว่าสนุกตื่นเต้นเร้าใจมากมาย ฉันคิดว่าเด็กๆพวกนี้ ( กับน้องหมาอีกหนึ่ง ) เป็นอินเดียน่า โจนส์ฉบับมินิจริงๆ...ฉันอ่านไปกี่เล่มแล้วก้ไม่รู้ แต่อ่านไปอ่านมาก้รู้สึกผูกพันธ์กับเด็กๆพวกนี้ ( กับน้องหมาอีกหนึ่ง ) ที่น่าสนใจอีกจุดหนึ่ง ผู้เขียนสามารถวาดฉากได้เยื่ยมจริงๆค่ะ โดยเฉพาะฉากแบบบ้านนอก...ก้ให้อารมณ์บ้านนอกจิงๆ ประมาณว่าเด็กๆทั้งสี่คน ( กับน้องหมาอีกหนึ่ง ) ขี่จักรยานเล่นไปตามทุ่งหญ้า ไปว่ายน้ำในแม่น้ำบ้าง พอหิวเมื่อไหร่ก้แวะฟาร์มแถวนั้น ซื้อขนมปังที่เจ้าของฟาร์มอบเอง เก็บมะเขือเทศสดกินกัน...คือ มันเปนชีวิตที่เรียบง่ายและดูมีความสุขมาก...ตอนเด็กๆฉันก้ฝันอยากมีชีวิตแบบนี้ ไปผจญภัยกับเพื่อนสักสองสามคน...ปราบผู้ร้ายอะไรแบบนี้...ฮุฮุ...
6. Molly Moon By Georgia Byng
ฉันคิดว่า หนังสือเล่มนี้สนุกไม่แพ้แฮร์รี่ พอตเตอร์เลย เรื่องนี้มาเป็นซีรีย์หลายเล่มเหมือนกัน ที่ฉันรู้จักเรื่องนี้ เพราะฉันเห็นว่าหน้าปกมันน่ารัก ( อีกแล้ว...แม่บอกว่าอย่าตัดสินหนังสือจากหน้าปกไงจ๊ะ ) ดูแล้วงงๆดี แล้วหมาปั๊กก้น่ารักมาก....พออ่านแล้วก้รู้สึกตกหลุมรักมอลลี่ทันที คือมอลลี่ก้เปนเด็กธรรมดานี่ล่ะ...แต่เธอมีพลังจิต แต่ละเล่ม มอลลี่จะค้นพบความสามารถเหนือธรรมชาติใหม่ๆของเธอ อย่างเล่มแรก มอลลี่ก้รู้ว่าตัวเองสามารถใช้สายตาสะกดจิตคนได้ เลยได้ใจใหญ่ สะกดจิตคนเล่นไปทั่ว มอลลี่ค่อนข้างเป็นเด็กดื้อหน่อยๆค่ะ...เล่มแรกก้สนุกแล้วนะคะ เล่มต่อๆไปก้ยิ่งสนุกมากขึ้น ตื่นเต้น ผจญภัยหลุดโลกมากขึ้น คือว่า ฉันนับถือผู้แต่งมากเลยค่ะ เค้าวางโครงเรื่องไว้ดีมาก เก็บรายละเอียดได้เยื่ยม ประมาณว่า...บางอย่างที่เรามองข้ามไป กลับเป็นสิ่งสำคัญๆในตอนหลังๆ บอกได้คำเดียว...สนุกมากกกกกกก...ต้องหามาอ่านให้ได้นะคะ...
7. Charlotte's web by E.B white
เรื่องนี้เป็นหนังสือบังคับอ่านนอกเวลาตอนฉันอยู่ม.1 ค่ะ แต่เวลาอ่านไม่รู้สึกว่าตัวเองถูกบังคับเลยค่ะ เนื้อเรื่องน่าติดตามมากถึงแม้จะดำเนินเรื่องอย่างเรียบง่าย ฉันชอบที่พวกสัตว์ในฟาร์มพูดได้ และฉันก้ขอขอบคูณเรื่องนี้ด้วยที่ทำให้ฉันเลิกกลัวแมงมุม ใครที่รักสัตว์ต้องรักเรื่องนี้แน่นอนค่ะ....รับประกัน และเรื่องนี้ก้ยังสอนให้เด็กๆรักสัตว์ด้วยค่ะ ฉันรู้สึกประทับใจมิตรภาพของสัตว์ในฟาร์มมากค่ะ ถึงแม้ว่าจะเปนคนละเผ่าพันธ์กัน แต่ก้ยังเปนเพื่อนกันได้ ม้าเปนเพื่อนกับแกะ แกะเปนเพื่อนกับวัว วัวเปนเพื่อนกับเป็ด เป็ดเปนเพื่อนกับหมู หมูเปนเพื่อนกับแมงมุม ลึกซึ้งมากเลยค่ะ...มันก้มาเปรียบเทียบกับชีวิตมนุษย์ได้นะคะ...คือไม่ว่าเราจะมาจากประเทศไหน นับถือศาสนาใด เราก้เปนเพื่อนกันได้...( แถไปโน่น...) แต่ที่เรียกน้ำตาได้จากผู้อ่านมากที่สุดคือ ความเสียสละของชาร์ลอตค่ะ ( ผู้แต่งเข้าใจคิดนะคะ เลือกแมงมุมซึ่งเปนสัตว์ที่คนรังเกียจและมองข้ามมาเปนตัวเด่น ) ตอนจบนี่ก้นถูกใจใครหลายๆคนนะคะ...ถ้าคนที่เคยอ่าน ( หรือเคยดูหนัง ) ก้คงไม่ลืมฉากนั้นแน่นอนค่ะ...
นี่ก้เปนแค่ส่วนหนึ่งนะคะ...ถ้าใครมีหนังสือเด็กดีๆก้แนะนำกันมาได้เลยนะคะ คืออยากให้พวกเด็กๆอ่านหนังสือมากเลยค่ะ ฉันไม่เห็นว่าการอ่านหนังสือเปนสิ่งที่น่าเบื่อนะคะ เพราะเวลาอ่านหนังสือ ฉันไม่ได้เปนเพียงแค่เด็กผู้หญิงธรรมดา แต่ฉันคือคนขับรถไฟ นักเดินทางรอบโลก พ่อครัว หมาพูดได้ เด็กหญิงผู้มีพลังจิต และอะไรอีกมากมายที่ฉันไม่สามารถเปนได้ในโลกแห่งความเปนจริง...แล้วการอ่านก้ยังทำให้เด็กๆมีจิตใจที่ละเอียดอ่อน เพราะเค้าได้รับรสและอารมณ์หลากหลายผ่านตัวหนังสือ เด็กๆจะได้เข้าใจความรู้สึกตัวเอง...ความรู้สึกของคนอื่นมากขึ้นค่ะ...
ที่สำคัญ... ( สำคัญจิงๆ ) เด็กๆจะไม่เห็นว่าการอ่านหนังสือเรียนเปนเรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป เพราะตัวหนังสือตัวเล็กๆทั้งหน้านั้นไม่ใช่อุปสรรคในการเรียนรู้ อาจเปนเพราะว่าพวกเค้าเริ่มชินกับการอ่านแต่ตัวหนังสือเยอะอย่างเดียวมาจากการอ่านหนังสือนิยายสำหรับเด็กก้ได้ค่ะ..
ฝากไว้อีกอย่าง...ภาพ CG แบบเนิร์ดๆ ทำไว้นานแล้ว...ช่วยติชมด้วยนะคะ...
( ถ้าอ่านหนังสือได้อย่างน้อยเดือนละเล่มจะดีมากค่ะ....)

เศร้าและซึ้งมาก
#1 By ►Junsh◎ku on 2009-03-30 20:57